วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

PARACETAMOL 500 mg





ชื่อสามัญ
PARACETAMOL 500 mg
รูปแบบยา 
ยาเม็ด
ยานี้ใช้สำหรับ 
  ยานี้ใช้เพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการไข้และอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  ยานี้อาจใช้เพื่อรักษาโรคหรืออาการอื่นๆได้ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
วิธีการใช้ยา 
      วิธีใช้ยาต่อไปนี้เป็นข้อมูลทั่วไปไม่ใช่สำหรับผู้ใช้ยาเฉพาะราย โปรดปฏิบัติตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาของท่าน  ยานี้อยู่ในรูปแบบยาเม็ด ใช้สำหรับรับประทาน โดยทั่วไปรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการปวด หรือใช้ยานี้ตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกร
  สำหรับผู้ใหญ่ ไม่ควรรับประทานยานี้มากกว่า 650 มิลลิกรัมต่อครั้ง (ห้ามรับประทานเกิน 1000 มิลลิกรัมต่อครั้ง)
  สำหรับผู้ใหญ่ ไม่ควรรับประทานเกิน 3,250 มิลลิกรัมต่อวัน (ห้ามรับประทานเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน)
  สำหรับผู้ใหญ่ ห้ามรับประทานยานี้ติดต่อกันเกิน 5 วัน
  สำหรับเด็ก ห้ามรับประทานยานี้ติดต่อกันเกิน 3-5 วัน
  การรับประทานยานี้มากกว่าหรือบ่อยกว่าที่แพทย์สั่งให้ใช้อาจเป็นอันตรายต่อตับ
  ยาสูตรผสมอื่นอาจจะมีตัวยาพาราเซตามอลผสมด้วย โดยเฉพาะยาบรรเทาอาการหวัดต่างๆและยาแก้ปวด ควรอ่านฉลากยาหรือสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อไม่รับประทานยาซ้ำซ้อนซึ่งอาจจะทำให้ได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด จนเป็นอันตรายได้
  หากใช้ยาแล้วยังคงมีไข้ต่อเนื่องหรือเป็นๆหายๆนานกว่า 3 วัน หรืออาการปวดไม่ทุเลาลงใน 10 วันในผู้ใหญ่ หรือ 5 วันในเด็ก ควรหยุดยาและปรึกษาแพทย์
สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ 
N  ประวัติการแพ้ยา paracetamol หรือยาอื่นๆ
N  ใช้หรือกำลังใช้ยาอื่นๆ ทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง วิตามิน อาหารเสริม และยาสมุนไพร
N  การตั้งครรภ์ การวางแผนในการตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตร
N  ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากๆ หรือบ่อยๆ และ/หรือประวัติการเป็นโรคพิษสุรา (alcoholism)
N  มีหรือเคยมีความผิดปกติของการทำงานของตับ โรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria)
N  โรค ภาวะ หรืออาการทางการแพทย์อื่นๆ ที่มี
N  อายุหรือวัยของผู้ใช้ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ในกรณีที่เป็นทารกหรือเด็กเล็กควรบอกน้ำหนักตัวแก่แพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบด้วย
ทำอย่างไรหากลืมรับประทานยาหรือใช้ยา 
M  โดยทั่วไปยานี้ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการปวดเท่านั้น หากรับประทานยาไปครั้งหนึ่งแล้วอาการปวดลดลงหรือหายไป ก็ไม่ต้องรับประทานยาครั้งต่อไป (การลืมรับประทานยาจึงไม่เป็นอันตราย) แต่หากยังมีอาการปวดอยู่ สามารถรับประทานยานี้ได้ทุก 6 ชั่วโมงและไม่ควรเพิ่มขนาดการใช้ยาในครั้งต่อไป
M  หากแพทย์สั่งให้ใช้ยานี้เป็นประจำทุก 6 ชั่วโมง ถ้าลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้กับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปเลยโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
อาการอันไม่พึงประสงค์ที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที 
M  มีอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน ผื่นลมพิษ บวมตามอวัยวะต่างๆ เช่น ใบหน้า คอ ตา ริมฝีปาก ลิ้น มือ แขน น่อง ขา ข้อเท้า หายใจหรือกลืนลำบาก มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ มีไข้ เจ็บคอ เสียงแหบ มีเลือดออกหรือมีรอยช้ำอย่างผิดปกติ อ่อนเพลียหรือไม่มีแรงอย่างผิดปกติ ไข้ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน ความอยากอาหารลดลง ตาหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอย่างผิดปกติ ปัสสาวะสีเข้มดำ
การเก็บรักษายา 
²  เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิท และเก็บให้พ้นมือเด็ก
²  เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น

²  ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ


ที่มา : http://yaandyou.net/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น